ข่าวสมาคมศิษย์เก่าฯ

ข่าวสาร

เชิญชวนศิษย์เก่าแพทยศาสตร์ จุฬาฯ บริจาคผ่าน e-donation ลดหย่อนภาษี 2 เท่า

เชิญชวนศิษย์เก่าแพทยศาสตร์ จุฬาฯ บริจาคผ่าน e-donation ลดหย่อนภาษี 2 เท่า

ถึงสมาชิกศิษย์เก่าแพทย์จุฬาฯ

สวัสดีครับ พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ แพทย์จุฬาฯ ที่เคารพรักทุกท่าน

วันนี้ผมขออนุญาตสมาคมฯให้ผมมาคุยกับพวกเราหน่อยครับ ในฐานะประธานมูลนิธิคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์

มูลนิธิฯ เราได้ก่อตั้งขึ้นมาในปี พ.ศ.2525 ในสมัยที่ท่านอาจารย์ยาใจ ณ สงขลา แพทย์จุฬาฯ รุ่นที่ 1 เป็นคณบดี 2524 &ndash 2528 โดยมีวัตถุประสงค์หลักๆ คือ ช่วยสนับสนุนการบริหารงานของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างคน ซึ่งผมเองถือว่าคนเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดขององค์กร

สมัยแรกๆ พ.ศ.2525 การฝากเงินที่ธนาคารจะได้ดอกเบี้ยประมาณ 10% เราจึงให้ใช้เฉพาะดอกผลเท่านั้น ต้นจะได้อยู่ตลอดไป ตอนนั้นผมเสนอให้ใช้ 80% ของดอกผล อีก 20% สมทบต้นๆ จะได้ไม่ฝ่อลงตามเงินเฟ้อ แต่ปัจจุบันนี้ดอกผลของธนาคารมีน้อยมาก กรรมการมูลนิธิฯ จึงให้ใช้แต่ต้น ส่วนดอกอันน้อยนิดขอให้ตกเป็นของส่วนกลางของมูลนิธิฯ สำหรับการบริหารงานต่างๆ เช่น เงินเดือนของเจ้าหน้าที่ 2 คนที่มีในปัจจุบัน และสมทบทุนสำหรับบริจาคให้คณะฯ ฯลฯ

นอกจากการบริจาคให้ส่วนกลาง กรรมการมูลนิธิฯ ได้พยายามกระตุ้น สนับสนุน ให้มีการจัดตั้งกองทุนต่างๆ สำหรับภาควิชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาควิชาทางพรีคลินิก หน่วยต่างๆ ของภาควิชา และหน่วยงานต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะสำหรับแต่ละกองทุน เพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการของกองทุนนั้นๆ แต่วัตถุประสงค์ต้องเป็นไปตามเกณฑ์ ระเบียบของมูลนิธิฯ และตามระเบียบของประเทศ เพื่อความโปร่งใส ขณะนี้แทบทุกภาค และอนุสาขาวิชาต่างๆ ต่างก็มีกองทุนของตนเองแล้ว

ด้วยความพยายามมานานของกรรมการมูลนิธิฯ ปีนี้ถือว่าโชคดีที่กระทรวงการคลัง ได้กรุณาอนุมัติให้ผู้บริจาคเงินให้มูลนิธิฯ เรา(ไม่ใช่ทุกมูลนิธิฯ)สามารถนำยอดเงินไปลดหย่อนการเสียภาษีได้ 2 เท่าเป็นครั้งแรก แต่ต้องบริจาคทาง electronics เท่านั้น กรรมการมูลนิธิฯ ได้พยายามเรียนเชิญท่านที่มีความเสียสละ มีความรู้ ความสามารถ บารมี ทางด้านต่างๆ มาเป็นกรรมการมูลนิธิฯ อาทิเช่น อดีตปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งท่านได้ช่วยเหลือให้คำแนะนำเราได้ดีมาก รวมทั้งเป็นส่วนที่ช่วยทำให้เราได้รับการลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า ท่านเจ้าของหนังสือพิมพ์แนวหน้า ท่านอดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงวอชิงตัน (และแคนาดา อินเดีย เบลเยี่ยม) เจ้าของธนาคาร นักธุรกิจ ที่มีจิตศรัทธา มาร่วมเป็นกรรมการฯ หลายท่าน

มูลนิธิฯ เรามีเงินไม่มาก เพียงประมาณ 1,000 ล้านบาท แต่ปัจจุบันนี้เป็นเงินที่หมุนเวียนตลอด เข้าๆ ออกๆ เพราะต้องใช้ต้น ไม่ได้ใช้ดอกเท่านั้นเหมือนสมัยก่อน เรายังมีเงินไม่มากเท่าของศิริราช หรือรามา แต่ยังดีที่มีมูลนิธิฯ ที่เป็นน้ำบ่อทราย ที่หวังว่า ยอดเงินจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามจิตศรัทธาของศิษย์เก่า ผู้ป่วยที่เคยมาใช้บริการ และพี่น้องประชาชนที่เห็นคุณค่าของการศึกษา การวิจัย การให้บริการที่ดีแก่ผู้ป่วย ฯลฯ เงินของส่วนกลางเราบริจาค หลักๆ ให้คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ตามที่ท่านคณบดี ผู้บริหาร เสนอขอรับการบริจาคในแต่ละปี และเรายังบริจาคให้มูลนิธิฯต่างๆ บ้างด้วยเช่นกัน เช่น มูลนิธิอานันทมหิดล มูลนิธิสายใจไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สมาคมศิษย์เก่าแพทย์จุฬาฯ ฯลฯ

มูลนิธิฯ เราสนับสนุนทั้งคณะแพทยศาสตร์ และ รพ.จุฬาฯ ซึ่งรวมทั้งฝ่ายต่างๆ ของ รพ.จุฬาฯ ด้วย เช่น ฝ่ายการพยาบาล ฯลฯ อาจารย์แพทย์ที่ได้รับทุนไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ มักจะได้เงินทุนไม่พอกับค่าใช้จ่าย เช่น ได้เงินเพียงประมาณ 1,200 เหรียญสหรัฐต่อเดือน ซึ่งค่าเช่าที่พักก็แทบไม่พอแล้วสำหรับบางเมือง บางประเทศ ล่าสุด คณะเริ่มให้เพิ่มสมทบอีก 20% ซึ่งบางคน บางแห่ง (ค่าครองชีพแต่ละประเทศ หรือแม้แต่ประเทศเดีนวกันแต่ต่างเมือง ยังแตกต่างกัน )ก็ยังไม่พอ บางหน่วยหรือภาคจึงต้องหาเงินมาเพิ่ม ให้ลูกภาคของตนเอง

มีศิษย์เก่าบางคนมีความกตัญญูสูง เช่น หน่วย GI ส่ง Fellow (แพทย์ประจำบ้านต่อยอด) ทุกคนไป elective ที่ต่างประเทศมา 30 กว่ารุ่นแล้ว ตั้งแต่รุ่น 2 โดยใช้งบประมาณคนละประมาณ 100,000 บาทตอนเริ่มต้น จนถึงปัจจุบันประมาณ 200,000 กว่าบาท ศิษย์ที่จบมาระยะหนึ่งและที่สบายแล้วจึงบริจาคเงินผ่านมูลนิธิฯ ให้หน่วยทางเดินอาหาร ไว้สำหรับน้องๆ ในอนาคตเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ซึ่งผมขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วย

ผมจึงขอกราบเรียนเชิญพี่ๆ น้องๆ พวกเราทุกๆ คนที่สบายแล้ว โปรดกรุณาพิจารณาบริจาคเงินสมทบทุนมูลนิธิฯ โดยอาจจะให้ส่วนกลาง ให้สมาคมศิษย์เก่าแพทย์จุฬาลงกรณ์ หรือภาควิชา หรือหน่วยงานต่างๆ ภายใต้ภาควิชา หรือหน่วยงานอื่นๆ ที่สังกัดส่วนกลางของคณะ ฯลฯ ตามกำลังความสามารถที่ท่านสามารถทำได้โดยต้องไม่เดือดร้อนตนเอง และครอบครัว ผมอยากกราบเรียนเสนอว่า พวกเราทุกๆ คนต้องเสียภาษี จึงเรียนเชิญให้ท่านบริจาคเท่าที่ท่านสามารถนำไปหักการเสียภาษีได้ เช่น หักได้ 10,000 บาทต่อปีก็บริจาคทุกปี 10,000 บาทเท่านั้น หักได้ 100,000 บาทก็กรุณาบริจาค 100,000 บาท ส่วนตัวผมเอง บริจาคเต็มอัตราที่หักภาษีได้ให้มูลนิธิฯเรา (หรือองค์กรการศึกษาอื่นๆ) ทุกๆ ปี ถ้าลูกจุฬาฯ ทุกๆ คนกรุณาทำเช่นนี้ มูลนิธิฯ ก็จะได้รับเงินบริจาคมากพอสมควรในแต่ละปี เพราะศิษย์เก่าเรามีถึง 11,000 คน ถ้าคิดว่ามีเพียง 5,000 คน ที่สามารถบริจาคเพื่อการหักภาษีได้ 10,000 บาทต่อคนให้มูลนิธิฯ ก็จะได้เงินปีละ 50 ล้านบาทแล้ว และหลายท่านกรุณาบริจาคปีละหลายแสนบาทอยู่ครับ บางคนเป็นล้านบาท ผมต้องขอขอบคุณไว้ด้วยครับ

ทั้งนี้ ผมอยากเรียนให้ทราบว่า สมาคมศิษย์เก่าแพทย์จุฬาฯ เริ่มต้นในสมัยท่านคุณหมอเจรียง (รุ่น 24) เป็นนายกฯ ได้จัดหาพยาบาลมาไว้ดูแลศิษย์เก่าและครอบครัวให้เป็นพิเศษ ซึ่งศิษย์เก่าที่มาใช้บริการมีความยินดี ชื่นชม เพราะได้รับความสะดวกสบายมาก ปัจจุบันนี้สมาคมได้จ้างพยาบาลเพื่อการนี้โดยเฉพาะถึง 5 คน รวมเป็นเงินเดือนแล้วเป็นยอดเงินถึง 2 ล้านกว่าบาทต่อปี!? นอกจากนี้สมาคมยังมีงานที่ต้องทำอีกมากมายสำหรับศิษย์เก่าและคณะ ซึ่งเป็นภาระอันค่อนข้างหนักของท่านนายก และคณะกรรมการ ที่จะต้องจัดกิจกรรมเพื่อหาทุนให้เพียงพอ ผมจึงอยากกราบเรียนพวกเราทุกๆ คนที่สบายพอสมควรแล้ว กรุณาพิจารณาบริจาคเงินให้สมาคมและมูลนิธิฯ เพื่อที่จะได้ทำหน้าที่ๆ ดีเหล่านี้ได้ดียิ่งขึ้น ส่วนตัวผมเองคิดว่า คณะต้องมาช่วยสมาคมบ้างทางด้านกำลังคน ต้องหาวิถีทางที่จะใช้งบประมาณเพื่อการนี้ให้ได้บ้าง เช่น รับผิดชอบเงินเดือนพยาบาลต่างๆ เหล่านี้ คนละครึ่งกับสมาคม ฯลฯ หรือช่วยด้วยวิธีอื่นๆ เพราะสมาคมศิษย์เก่าก็ทำเพื่อคณะอยู่แล้ว ระเบียบที่มีถ้าไม่เอื้ออำนวยก็ค่อยๆ เปลี่ยนระเบียบให้สามารถใช้งบประมาณ ฯลฯ ได้

เราต้องช่วยพวกเรากันเอง ก่อนที่จะขอให้คนอื่นช่วยเราครับ

ทุกท่านสามารถบริจาคผ่านระบบ e-Donation ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2568 ถึง 31 ธ.ค. 2570 และรับสิทธิลดหย่อนภาษี 2 เท่า มีช่องทางบริจาค ดังนี้

1. สแกน QR Code (e-Donation) ผ่าน Mobile Banking  โดยตรง 

- เลือกเปิดเผยข้อมูลเพื่อส่งข้อมูลการบริจาค ไปยังกรมสรรพากร 
**(จะได้รับสิทธิลดหย่อนภาษี 2 เท่า อัตโนมัติ)

- จัดเก็บสลิปแทนใบเสร็จรับเงินบริจาค

- ทั้งนี้โปรดแจ้งข้อมูลการบริจาคมาให้มูลนิธิฯโดยระบุ : ชื่อกองทุนที่ต้องการสมทบ(ถ้ามี), หลักฐานการโอน รวมทั้งที่อยู่เพื่อมูลนิธิฯ จะได้ตอบขอบคุณ หรือ

  2.  โอนเงินเข้าบัญชี &ldquoมูลนิธิคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์&rdquo ธ.ไทยพาณิชย์ เลขที่ 045-202069-8  หรือ

  3.  บริจาคด้วยเช็ค สั่งจ่าย &ldquoมูลนิธิคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์&rdquo  หรือ

  4.  บริจาคโดยตรง ที่สำนักงานมูลนิธิฯ ชั้น 1 อาคารอานันทมหิดล เวลา 8:00-17:00 น.

โดยทางมูลนิธิ ฯ จะดำเนินการบริจาคผ่านระบบ e-Donation ให้ 

ทั้งนี้โปรดแจ้งข้อมูลการบริจาคเพื่อรับสิทธิลดหย่อนภาษี 2 เท่า  โดยระบุ : ชื่อ- สกุล (ที่ต้องการใบเสร็จ), เลขประจำตัวผู้เสียภาษี/ เลขบัตรประจำตัวประชาชน, ที่อยู่การจัดส่งใบเสร็จ / เบอร์โทรศัพท์, ชื่อกองทุนที่ต้องการสมทบ (ถ้ามี), หลักฐานการโอน

Email :  cms.found@gmail.com  หรือโทรสอบถาม  02-256-4180 (วันและเวลาราชการ)

ถ้าเพียงศิษย์เก่าบริจาคให้มูลนิธิฯ เพียงยอดเงินเท่าที่ต้องการหักภาษีได้เท่านั้น ก็จะช่วยทำให้คณะแพทยศาสตร์ สมาคมศิษย์เก่า ของเราสามารถบริหารจัดการได้ดียิ่งๆ ขึ้นไปครับ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อประชาชน สังคม และประเทศชาติเป็นอย่างยิ่งครับ

ขอขอบพระคุณทุกๆ ท่านครับ

 

นายแพทย์พินิจ  กุลละวณิชย์

ประธานมูลนิธิคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์

ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย

จำนวนผู้เข้าชม : 886

กองทุนช่วยเหลือศิษย์เก่า

และครอบครัวที่ได้รับความเดือดร้อน

กองทุนสำหรับการช่วยเหลือครอบครัวศิษย์เก่าที่ประสบปัญหา
ดำเนินการภายใต้มูลนิธิคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย